LOADING...

liborastudio@gmail.com

Tel: 084 158 9823

คิกออฟ ‘ภูเก็ต แชนด์บ็อกซ์’ ฟื้น ‘เศรษฐกิจ’ ต่อชีวิตคนท่องเที่ยว

‘ททท.’ ย้ำเปิดรับต่างชาติ นำร่อง ‘ภูเก็ตโมเดล’ 1 ก.ค. นี้แน่นอน หลังหารือเอกชนเตรียมความพร้อม นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า หลังจากเกิดการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 มา 1 เดือนกว่าแล้ว ทำให้การเดินทางหยุดชะงักไป ททท.ได้ประชุมร่วมกับภาคเอกชนโรงแรม ได้แก่ สมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ตัวแทนจากโรงแรมทั้งขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ อาทิ แมริออท, ไฮแอท, อินเตอร์คอนติเนนตัลกรุ๊ป, แอคคอร์, ดุสิตธานี, ออนิกซ์, ไมเนอร์, ดิเอราวัณกรุ๊ป, เซ็นทารา, แอสเสท เวิรด์ และอื่นๆ รวมจำนวน 50-60 ราย ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อยืนยันไทม?ไลน์แผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ได้รับฉีดวัคซีนครบ 2 แล้ว ผ่านโครงการนำร่อง “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคานี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ททท.ได้ลงพื้นที่ยังจ.ภูเก็ต ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมีการยืนยันแล้วว่ารัฐบาลจะเดินหน้าโครงการภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ ตามระยะเวลาที่กำหนด พร้อมให้ความมั่นใจเรื่องการกระจายวัคซีนแก่คนในพื้นที่ภูเก็ต สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยแก่คนไทย โดยสิ่งสำคัญคือการเน้นทำ “ซิตี้ มาร์เก็ตติ้ง” (City Marketing) ผ่านการแยกภูเก็ต และพื้นที่นำร่องอื่นๆ ออกจากประเทศไทยในภาพรวม เพราะหากดูการรายงานยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันและยอดสะสมของทั้งประเทศ อาจสร้างความน่ากังวลให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ททท. ได้อธิบายแนวทางการทำตลาดให้ภาคเอกชนโรงแรมรับทราบด้วย

นายยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เพื่อตอบสนองความต้องการ (ดีมานด์) ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจเปลี่ยนไป มองว่าควรต้องเตรียมความพร้อม 3 เรื่อง ได้แก่ 1.แผนกระจายวัคซีน ต้องชัดเจนว่าในพื้นที่นำร่องนั้นๆ มีขีดความสามารถในการฉีดวัคซีนมากน้อยเท่าใด เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า ในแต่ละพื้นที่นำร่องได้ขอวัคซีนจากรัฐนำมาฉีดแก่ประชากรในพื้นที่นั้นๆ จำนวนเท่าใดบ้าง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่พร้อมรับการเปิดประเทศ 2.แผนการพัฒนาเมือง เนื่องจากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงของภาคท่องเที่ยวหลังเกิดวิกฤตโควิด ที่สร้างผลกระทบให้ภาคท่องเที่ยวอย่างรุนแรง จึงต้องมีการปรับปรุงเมืองและซัพพลายไซด์ รวมถึงการปรับทัศนียภาพ ความสะอาดของแหล่งท่องเที่ยว การยกระดับความปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาการเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาภาคการท่องเที่ยวไทย และปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ในสายตาต่างชาติด้วย และ 3.แผนด้านการตลาด มุ่งเจาะกลุ่มเฉพาะต่างๆ เพื่อให้ได้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติตามเป้าหมายที่วางไว้ว่า ในไตรมาส 3 นี้ จะมีต่างชาติเข้ามา 1.29 แสนคน พร้อมทำงานร่วมกับสายการบินและเอเย่นต์ทัวร์ต่างๆ ขณะเดียวกันได้ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมซึ่งมีฐานลูกค้าอยู่ในการประชาสัมพันธ์สร้างความมั่นใจ ดึงคนเข้ามาเที่ยวไทยให้ได้ ในช่วงที่ประเทศไทยพยายามผลักดันเปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์

“ททท.เตรียมเปิดตัวแคมเปญ “Countdown to Reopen Phuket” เพื่อประชาสัมพันธ์และทำการตลาดล่วงหน้า ในการดึงผู้เข้าร่วมทริป 200 คน อาทิ กลุ่ม KOL บล็อกเกอร์ และอื่นๆ ตลอดเดือน กรกฎาคมนี้ เพื่อเที่ยวชมการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นของภูเก็ต ให้สอดรับกับแคมเปญ “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์…อะเมซิ่งยิ่งกว่าเดิม” พร้อมประสานงานดึงรายการโทรทัศน์ชั้นนำในต่างประเทศให้มาเข้ามาถ่ายทำช่วง 1-2 เดือนนี้ เพื่อนำเสนอภาพการท่องเที่ยวในภูเก็ต ควบคู่กับการจัดกิจกรรมอื่นๆ ให้เกิดความมั่นใจและดึงคนเข้ามาเที่ยว โดยในที่ประชุมพบว่า ผู้ประกอบการต่างสะท้อนมุมมองที่เป็นบวก ยังมั่นใจว่าจะสามารถเปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ได้ตามแผน และมีความหวังสูง (High Hope) ต่อการดึงต่างชาติมาเที่ยวไทยจำนวนมากขึ้นในไตรมาส 4/2564 หากเปิดภูเก็ตได้ ก็น่าจะเป็นผลดีต่อพื้นที่นำร่องอื่นๆ ได้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : มติชนออนไลน์, ประชาชาติธุรกิจ

จำนวนผู้อ่าน 60 คน